ลูกค้าขอราคาจัดสัมมนา
ทำไมกว่าจะตอบกลับ
ถึงใช้เวลานาน?
“ขอราคาจัดสัมมนา 80 คน พร้อมอาหารกลางวันครับ”
ลูกค้าถามมาแค่นี้ แต่ฝ่ายขายยังต้องเช็กว่าห้องว่างไหม รองรับคนได้หรือเปล่า อาหารมีแพ็กเกจอะไร และราคานี้ต้องให้ใครอนุมัติ
ถ้าข้อมูลอยู่คนละไฟล์ หรือต้องรอถามหลายคน งานก็ช้าตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มทำใบเสนอราคา ระหว่างนั้น ลูกค้าอาจกำลังคุยกับโรงแรมอื่นอยู่ด้วย
ลองดูว่า ทีมติดอยู่ตรงไหน
- ต้องถามลูกค้าเพิ่มหลายรอบ
ยังไม่รู้วันจัดงาน เวลา จำนวนคน หรือรูปแบบห้อง เลยเช็กข้อมูลต่อไม่ได้ - ต้องไล่หาข้อมูลใหม่ทุกครั้ง
ตารางห้องอยู่ไฟล์หนึ่ง ราคาอาหารอยู่อีกไฟล์ ส่วนราคาล่าสุดต้องทักถามในแชต - รออนุมัติราคา แต่ไม่รู้ว่ารอใคร
ฝ่ายขายทำข้อมูลครบแล้ว แต่ยังส่งไม่ได้ เพราะไม่ชัดว่าใครเป็นคนตัดสินใจ
เริ่มแก้จาก 3 เรื่องนี้ก่อน
ถามข้อมูลให้ครบตั้งแต่ครั้งแรก
ทำรายการคำถามสั้น ๆ ให้ทีมใช้ร่วมกัน เช่น วันและเวลาจัดงาน จำนวนคน รูปแบบห้อง อาหาร อุปกรณ์ และวันที่ลูกค้าต้องการใบเสนอราคา
ให้ทุกคนใช้ข้อมูลชุดเดียวกัน
รวมตารางห้อง แพ็กเกจ และราคาที่ใช้อยู่ไว้ในจุดที่ทีมเปิดดูได้ พร้อมระบุว่าอัปเดตเมื่อไร ใครเป็นคนดูแล จะได้ไม่หยิบราคาเก่ามาส่ง
ตกลงให้ชัดว่า ราคาไหนส่งได้ ราคาไหนต้องขออนุมัติ
ถ้าอยู่ในราคาที่ตกลงกันไว้ ฝ่ายขายควรทำงานต่อได้ ส่วนกรณีพิเศษให้รู้ว่าต้องส่งหาใคร และใครรับช่วงได้ถ้าคนนั้นไม่อยู่
ยังส่งราคาไม่ได้ ก็ตอบลูกค้าก่อนได้
อย่าปล่อยให้ลูกค้ารอโดยไม่รู้ว่าเรื่องถึงไหนแล้ว แจ้งว่าได้รับข้อมูลแล้ว กำลังเช็กอะไร และจะส่งราคาให้เมื่อไร โดยเลือกเวลาที่ทีมทำได้จริง
ตัวอย่างข้อความตอบลูกค้า:
“ได้รับข้อมูลแล้วค่ะ ขอเช็กห้องว่างและแพ็กเกจให้ก่อนนะคะ จะส่งใบเสนอราคาให้ภายในพรุ่งนี้ช่วงเช้าค่ะ”
ปรับเวลานัดส่งให้ตรงกับงานของทีม และถ้ามีอะไรติดขัด ให้แจ้งลูกค้าก่อนถึงเวลาที่นัดไว้
ก่อนหาลูกค้าเพิ่ม ลองดูว่างานที่เข้ามาค้างอยู่ตรงไหน
ไม่ใช่ทุกงานที่ตอบเร็วแล้วจะขายได้ แต่ถ้าทีมมีข้อมูลพร้อม ลูกค้าก็ได้รับคำตอบเร็วขึ้น และฝ่ายขายมีเวลาไปคุยเรื่องที่ช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจได้มากขึ้น
ลองหยิบงานขอราคาล่าสุดมาดูหนึ่งงาน ว่าเสียเวลาตรงไหนมากที่สุด แล้วเริ่มแก้จากจุดนั้นก่อน
สถานการณ์สมมติเพื่ออธิบายกระบวนการตอบคำขอราคา
